AKI TALK 31-01-13

ไม่รู้จัก "จีน" ไม่ได้แล้ว !

วันนี้หากจะทำความรู้จัก "จีน" นั้น จำเป็นต้องมองให้ครบทุกแง่มุม เราไม่สามารถจะแยกเรื่อง การเมือง สังคม หรือเศรษฐกิจออกจากกันได้ เพราะสำหรับโลกยุคปัจจุบัน ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล้วนเกี่ยวข้องและมีนัยยะเชื่อมโยงถึงกัน

หลังการประกาศผู้นำชุดใหม่จากที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ประเทศจีนจะมีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนผู้นำย่อมต้องส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และอาจรวมไปถึงท่าทีของประเทศจีนต่อประเด็นร้อนฉ่ากรณีพิพาททะเลจีนใต้ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า วันนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างล้วนจับตามองการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของจีนชนิดตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว

อาจจะพูดได้ว่า ณ วันนี้ใครจะทำตัวไม่รู้จัก "จีน" ย่อมไม่ได้แล้ว !!

จีนวันนี้ต่างจากจีนในอดีตที่หลายๆ คนเคยรู้จัก อนาคตประเทศจีนภายใต้การนำของ "สี เจี้ยน ผิง และ "หลี่ เค่อ เฉียง" มีการปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ หลากหลายด้าน ผู้นำจีนชุดใหม่มองเห็นปัญหาการเติบโตเศรษฐกิจของจีนที่เน้นแต่เฉพาะในการเติบโตในภาพรวม ที่ส่งผลให้ภายในประเทศมีปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ดังนั้นภายใต้การนำของผู้นำชุดใหม่นี้ ประเทศจีนได้ให้น้ำหนักและความสำคัญไปที่การปรับสมดุลประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการปราบคอร์รัปชั่นของนักการเมืองเป็นประเด็นสำคัญ

หากมองตัวเลขในทางเศรษฐกิจ เราจะเห็นว่าวันนี้แม้ประเทศจีนจะมี GDP เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนของประชากรในประเทศกลับอยู่ในอันดับ 90 กว่าของโลก นี่จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญหลักอันดับหนึ่งของรัฐบาลจีนชุดใหม่ ที่จะต้องทำการลดช่องว่างรายได้ของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ยังยากจนข้นแค้นอยู่กว่า 70 – 80% ของประเทศ ให้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งผู้นำชุดใหม่ของจีนได้ประกาศปักธงไว้ว่า ภายในปี 2020 รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนของประเทศจีนจะต้องมากขึ้นกว่าเท่าตัว

ซึ่งกลยุทธ์สำคัญนอกจากการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมภาคการผลิต ให้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศให้มากขึ้นแล้ว "การส่งเสริมธุรกิจภาคบริการ" คือ หนึ่งในยุทธศาสตร์ใหม่จากแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 12 โดยมีการปักหมุดเส้นชัยไว้อย่างชัดเจนว่า นับจากนี้ไป ประเทศจีนจะขอผงาดเป็น 1 ใน 3 ของโลกในธุรกิจด้านบริการให้จงได

ขณะเดียวกัน ภารกิจการผลักดันเงินหยวนให้กลายเป็นเงินสกุลหลักของโลกก็ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ปัจจุบันจีนจะยังคงติดในเรื่องของ Capital Account Control แต่ในสายตาผู้เชี่ยวชาญ ต่างเชื่อว่านับจากนี้ไป 10 ปีข้างหน้า จีนน่าจะมีวิธีการใหม่ๆ ออกมาสร้างปรากฎการณ์ในโลกเศรษฐกิจ นำเงินหยวนผงาดสู่ตลาดโลกทัดเทียมกับเงินดอลล่าร์และเงินสกุลอื่นได้อย่างค่อนข้างแน่นอน

นอกจากนี้ ในด้านของประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเทศจีนยุคใหม่ประกาศมุ่งหน้าสู่การเป็น "จีนสีเขียว" โดยมีการรณรงค์ใส่ใจในการดูแลอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง จะมองเห็นได้ว่าธุรกิจที่เติบโตขึ้นจากความเป็น "สีเขียว" ของจีนก็คือ อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก วันนี้ไม่ว่าจะเป็นแผงพลังงานแสงอาทิตย์ กังหันพลังงานลม ประเทศจีนได้กลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

หันมามองในด้านการเมือง ผู้นำชุดใหม่ยังคงสานต่อนโยบายปราบปรามคอร์รัปชั่นของเหล่านักการเมือง สานต่อแนวคิดที่ว่า "คอร์รัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญ หากปล่อยไว้ไม่ใช่แค่พรรคคอมมิวนิสต์จะล่มสลาย แต่ประเทศทั้งประเทศก็จะพังทลาย" จึงไม่น่าแปลกใจว่าคอร์รัปชั่นจึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญ มุ่งการปราบปรามอย่างจริงจัง

อีก 1 สัญญาณจาก "จีนยุคใหม่" ที่น่าสนใจที่สุด คงหนีไม่พ้นคำประกาศท่ามกลางการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ว่า "วันนี้จีนจะเป็นมหาอำนาจทางทะเล และจะไม่ยอมก้มหัวให้กับแรงกดดันจากภายนอกใดๆ" ส่งผลเป็นนัยยะสำคัญกับประเด็นร้อนฉ่า "กรณีพิพาททะเลจีนใต้" ที่วันนี้มีประเทศอ้างสิทธิ์การเป็น เจ้าของต่อกรกับประเทศจีนอยู่มากมาย นับเฉพาะในอาเซียนมีประเทศที่เกี่ยวพันขัดแย้งกับจีนในเรื่องนี้ถึง 4 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ยังไม่นับรวมกรณีพิพาทกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งแน่นอนว่านับจากวันนี้ไป ทุกประเทศคงจับตามองการเคลื่อนไหวและท่าทีของจีนในประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ในการเปลี่ยนแปลงของ "จีน" ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แต่แน่นอนว่าประเทศที่ยิ่งใหญ่ทั้งทางด้านพื้นที่ ประชากร และมีบทบาททางเศรษฐกิจโลกอย่างจีน จะยังคงมีอะไรให้ประเทศต่างๆ ได้มอง ได้เห็น และได้ติดตามอีกมากมาย สำหรับประเทศไทย วันนี้ถือเป็นโชคดีที่เราไม่เคยมีข้อขัดแย้ง ใดๆ กับจีน ขณะเดียวกันด้วยสัมพันธภาพของไทยและจีนที่ยืนมายาวนาน อาจทำให้จังหวะนี้เป็นจังหวะดีที่ ประเทศไทยอาจจะช่วงชิงแสดงบทบาทที่โดดเด่นขึ้นมาได้ โดยเฉพาะถ้าหากเราใส่ใจที่จะศึกษา เข้าใจ และรู้จัก "จีน" ในทุกแง่มุม ไม่แน่ว่า "จีนยุคใหม่" อาจกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญของ "ไทยในยุค AEC" ที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได

SPEAKER :


รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น

อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศด้านจีนศึกษา