AKI TALK 19-08-11

Social Responsibility & Green Society

ปัจจุบันภาคธุรกิจเอกชนจำเป็นจะต้องมีบทบาทในการช่วยคนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะไม่มีรัฐบาลใดในโลกที่จะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนในสังคมได้

คำว่า CSR หรือ Corporate Social Responsibility ดูจะเป็นคำคุ้นเคยที่คนในภาคธุรกิจได้ยินกันมาช้านาน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าไม่ค่อยมีบุคคลหรือองค์กรใดลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เท่าไรนัก หรือถ้าหากมีการทำ CSR ขึ้น ก็มักจะถูกโยนให้เป็นภาระของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทำให้กลายเป็น 1 ในงานประชาสัมพันธ์ ซึ่งนับว่าผิดวัตถุประสงค์หลักที่แท้จริงของคำว่า CSR

โครงการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ CSR นั้น ในทางปฏิบัติมักจะมีกิจกรรมเกิดขึ้นอยู่คร่าว ๆ แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักคือ

  1. กิจกรรม CSR ในรั้วบริษัท หมายถึง กิจกรรมทั่ว ๆ ไปที่ทำตามธรรมาภิบาลขององค์กร เป็นสิ่งดี ๆ ง่าย ๆ ที่บุคคลในองค์กรควรจะทำ เช่น การดูแลลูกค้า การอยู่ในศีลในธรรม ความเสมอภาคในองค์กร ฯลฯ
  2. กิจกรรม CSR รอบรั้วบริษัท หมายถึง กิจกรรมที่ทำอยู่รอบพื้นที่ที่บริษัทหรือองค์กรนั้น ๆ ตั้งอยู่ ซึ่งปัจจุบันองค์กรธุรกิจหลายแห่งมักใช้กิจกรรมลักษณะนี้ในการแก้ปัญหากับชุมชนในกรณีที่ความขัดแย้งเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งในการสร้างโรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ
  3. กิจกรรม CSR นอกรั้วบริษัท หมายถึง กิจกรรมการช่วยเหลือสังคมที่ทำโดยไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กรนั้น ๆ เลย มักจะทำกันในลักษณะของการช่วยแบบสังคมสงเคราะห์ เช่น การมอบของ การบริจาค ฯลฯ

ซึ่งหากมองดูให้ดีแล้ว กิจกรรม CSR ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการช่วยเหลือสังคมก็จริง แต่ล้วนเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทำให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ไม่เกิดผลในการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งความ “ยั่งยืน” นี้เอง คือหัวใจหลักของการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง

ปัจจุบันภาคธุรกิจเอกชนจำเป็นจะต้องมีบทบาทในการช่วยคนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะไม่มีรัฐบาลใดในโลกที่จะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนในสังคมได้ เราทุกคนในสังคมจำเป็นจะต้องตระหนักว่าแท้จริง แล้วเราเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนรัฐบาลนั้นเปรียบได้เพียงผู้เช่าบ้านเท่านั้น ดังนั้นการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ไม่อาจรอให้รัฐบาลลงมือทำเพียงฝ่ายเดียว และด้วยแนวคิดนี้เอง ปัจจุบัน ในวงการธุรกิจจึงเกิดคำว่า Social Enterprise หรือ ธุรกิจเพื่อสังคม ขึ้นมา

“โรงเรียนไม้ไผ่” ถือเป็น 1 ในตัวอย่างของความสำเร็จของ Social Enterprise เป็นตัวอย่างในการสร้าง CSR ที่พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยวันนี้โรงเรียนไม้ไผ่ฉีกแนวความคิดจากการศึกษาเดิม ๆ กลายเป็นโรงเรียน ทางเลือกที่วางจุดยืนของตัวเองในการเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน รวมถึงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม

ด้วยรูปแบบการทำงานแบบ Social Enterprise วันนี้เด็กนักเรียนในโรงเรียนไม้ไผ่สามารถพึ่งพิงตนเองได้ สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองและชุมชน ผลผลิตที่ได้ถูกนำมาหมุนเวียนขยายต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนในด้านอื่น ๆ ต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม จนทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทั้ง 3 ด้าน คือ การพัฒนาระบบการศึกษา ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม

ดังนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าการที่จะเกิด CSR ที่ประสบความสำเร็จ และสร้างความ “ยั่งยืน” ให้กับสังคมได้นั้น จำเป็นต้องเริ่มจาก ISR หรือ Individual Social Responsibility ซึ่งหมายถึงการที่ทุกคนในสังคมตระหนัก ในการช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์สังคม ทุกคนในสังคมเห็นความสำคัญของการมีจิตสาธารณะที่จะช่วยเหลือสังคมโดยไม่เกี่ยงงอนว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งหากเมื่อใดเป็นได้เช่นนี้แล้ว เมื่อนั้น CSR ก็จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะขับเคลื่อนทั้งภาคธุรกิจและสังคม ให้ก้าวสู่ความเจริญและความสุขอย่างยั่งยืนได้พร้อม ๆ กันต่อไปอย่างแน่นอน

วิทยากร :
ดร.มีชัย วีระไวทยะ

ดร.มีชัย วีระไวทยะ

ประวัติ :

ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีชื่อเสียงจากบทบาทการรณรงค์การวางแผนครอบครัว หรือที่รู้จักกันในนาม “มิสเตอร์คอนดอม”

 

Clip AKI Talk 19.08.11

  1. http://www.youtube.com/watch?v=ZEX8_AS3Xj8
  2. http://www.youtube.com/watch?v=3ULqqhLgpPk
  3. http://www.youtube.com/watch?v=RH6GoCoyPkQ
  4. http://www.youtube.com/watch?v=feyZCaIcCek
  5. http://www.youtube.com/watch?v=Ki3biJLY3hk
  6. http://www.youtube.com/watch?v=Ozf7j61IcmE
  7. http://www.youtube.com/watch?v=bODO37Vy3Po