AKI TALK 17-11-10

The Future of Cloud Computing

ถ้าพูดถึง Cloud Computing น่าแปลกใจที่คนเอเชียกลับให้ความสำคัญและรู้จักกับเทคโนโลยีตัวนี้มากกว่าคนในทวีปยุโรป เพราะมีผลวิจัยพบว่า 56% ของคนในยุโรปไม่รู้จัก Cloud Computing ขณะที่ตัวเลขถึง 77% แสดงว่าคนในเอเชียรู้จักและคุ้นเคยกับ Cloud computing เป็นอย่างดี

Cloud Computing ถ้าแปลเป็นภาษาไทย หลายคนให้ความหมายว่า “การใช้งานคอมพิวเตอร์บนกลุ่มก้อนเมฆ” ซึ่งถือเป็นการให้คำจำกัดความที่ชัดเจนและถูกต้องตรงตัวอย่างที่สุด เพราะ Cloud Computing นั้น เป็นการทำงานผ่านกลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้าของเราจริง ๆ เสียด้วย

Cloud Computing มีแนวคิดหลักง่าย ๆ ที่ว่า ณ ที่ใดที่หนึ่งบนกลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้าเหนือศีรษะเรานี้ มีคนเอาบรรดา Application, Platform, Storage และรูปแบบการใช้งานอีกหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นไปไว้บนนั้น แล้วเราเหล่าบรรดาผู้ใช้คอมพิวเตอร์ก็ไปเลือกดึงมาใช้ตามความต้องการของเราผ่าน Internet และ Web browser เอามาใช้งานกับคอมพิวเตอร์ของเรา หรืออีก 1 ช่องทางที่ตอนนี้กำลังมาแรงและมีการใช้มากขึ้นทุกวันนั่นคือ โทรศัพท์มือถือ ในกลุ่ม Smart phone ทั้งหลายนั่นเอง

Google ถือเป็นผู้บุกเบิกรุ่นแรกของการให้บริการ Cloud Computing ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อของ Google Apps กว่า 4 ปีแล้วที่ Google นำ Cloud Computing มาให้บริการแก่ธุรกิจกว่า 3 ล้านแห่งทั่วโลก แม้แต่ในตัวองค์กรของ Google เอง โดยพบข้อดีและประโยชน์ที่เด่นชัดดังนี้

1. สะดวกด้วยการเชื่อมโยงผ่าน Website เราสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับเพื่อนร่วมงานเราได้อย่ารวดเร็ว ง่ายดาย ทุกที่ทุกเวลา ที่สำคัญมี Innovation ใหม่ ๆ ให้เราเลือกใช้ได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนและเสียเวลาในการพัฒนาขึ้นมาใช้เอง

2. Cloud Computing ทำให้พนักงานในองค์กรสามารถทำงานเป็นทีมได้เร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทุกคนสามารถพัฒนาและแก้ไขงานบนเอกสารหนึ่งเดียวผ่าน Web browser ย่นย่อระยะเวลางานจากเดิม 1 สัปดาห์ให้เหลือเพียง 15 นาทีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3.Security หรือความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล มีงานวิจัยพบว่ากว่า 60% ของข้อมูลในองค์กรต่าง ๆ มักหายไป แม้จะมีการ back up ไว้อย่างดี 10 % บ่งบอกว่าการเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์นั้นแท้จริงไม่ปลอดภัย และอีก 66 % บอกว่าคนมักทำ Thumb drive หายอยู่ตลอดเวลา Cloud Computing จึงถือเป็นความปลอดภัยที่เปรียบได้กับการฝากเงินไว้กับธนาคาร โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลของเราไว้ ยกตัวอย่างเช่น Google วันนี้มีการ back up ข้อมูลไว้กับ Server ทั่วโลก มีระบบ Firewall ที่แข็งแกร่ง 3-4 ชั้นเพื่อใช้ในการป้องกันและรักษาข้อมูลของลูกค้าเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลจริงๆ

4. การใช้ Cloud Computing ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจได้อย่างมหาศาล มีการวิจัยพบว่า หากใช้ Cloud Computing แล้ว ในบางธุรกิจจะสามารถลดต้นทุนได้ถึง 60-80% เพราะกว่า 95% ของเม็ดเงินในองค์กรวันนี้มักต้องถูกจ่ายไปกับการซื้อ Storage เพื่อไว้เก็บรักษาข้อมูลในองค์กร

5. Cloud Computing มี Innovationใหม่ ๆ มาให้ได้เลือกใช้เรียกได้ว่าแทบจะทุกวัน ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลายในทุกด้าน ล่าสุด Google เน้นเรื่องของนวัตกรรมด้านการแปลภาษา ยกตัวอย่างเช่น ในอนาคตหากผู้ส่งเขียนอีเมลในภาษาหนึ่ง เมื่อถึงผู้รับอีเมลนั้นจะถูกแปลไปเป็นภาษาที่ผู้รับเข้าใจได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในโลกแห่งอนาคตจะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีจะเชื่อมโยงทุกชาติทุกภาษาให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

6. เทคโนโลยี Cloud Computing จะทำให้ user หรือผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลง Feature ได้ด้วยตนเอง Cloud computing จะทำให้คนใช้เวลาในการทำงานตอนเช้าลดลง เพราะสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้แม้กระทั่งที่บ้านของตัวเอง
จากข้อดีและประโยชน์ของ Cloud Computing ที่มากมายนี้เอง ทำให้มีการคาดหมายว่าในปี 2013 จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดของการพัฒนา application ต่างๆ เพื่อใช้ใน Cloud Computing ถึง 44 พันล้านบาท เป็นการก้าวกระโดดจาก ณ วันนี้ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนด้านนี้เพียง 17 ล้านบาทไปถึง
26-30 % ต่อปี

            สำหรับในประเทศไทย ถึงวันนี้เริ่มมีหลายองค์กรหันมาใช้ Cloud Computing ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน สถานทูต มหาวิทยาลัย โรงเรียน กลุ่มธุรกิจเล็ก ๆหรือชมรมต่าง ๆ แม้จะยังมีอุปสรรคในด้านของ Infrastructure รบกวนอยู่บ้าง แต่เชื่อว่า Cloud Computing จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดก้าวใหม่ของธุรกิจในยุคหน้า เป็นเทรนด์ใหม่ของธุรกิจในโลกแห่งอนาคตที่นักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

 

วิทยากร :
คุณพรทิพย์ กองชุน

คุณพรทิพย์ กองชุน
Head of Marketing - Thailand
Google Asia Pacific

ประวัติ : คุณพรทิพย์เข้าร่วมงานกับกูเกิลเมื่อปี 2548 และดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย โดยมีหน้าที่ดูแลและพัฒนาธุรกิจของกูเกิลในประเทศไทย ก่อนหน้าที่จะทำงานที่กูเกิล คุณพรทิพย์เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายคู่ค้าสำหรับโซลูชั่นธุรกิจของไมโครซอฟท์ โดยมีหน้าที่สร้างเครือข่ายคู่ค้า รวมทั้งจำหน่ายและโปรโมตผลิตภัณฑ์ด้านการวางแผนทรัพยากรในองค์กรและการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ในตลาดเอสเอ็มอีในประเทศไทย  ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานในธุรกิจท่องเที่ยว คุณพรทิพย์ได้จัดตั้งบริษัทตัวแทนท่องเที่ยว passionasia.com และ hotelsthailand.com และทำงานร่วมกับฝ่ายต่างๆ ในธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ คุณพรทิพย์เคยทำงานในตำแหน่งผู้จัดการโครงการให้แก่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 

Clip AKI Talk 17.11.10