AKI TALK #24

เปิดประสบการณ์ Priceza.com อีคอมเมิร์ซไทยต่อยอดความสำเร็จไกลในอาเซียน

ธุรกิจ E-commerce นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะมาถึง โอกาสของธุรกิจ E-Commerce ไทยในเวทีนี้จะมีมากแค่ไหน การต่อยอดความสำเร็จจะเป็นไปได้หรือไม่ ..... วันนี้ AKI มีตัวอย่างประสบการณ์ความสำเร็จของ Priceza.com ธุรกิจ E-Commerce ไทยที่กำลังรุกต่อยอดสร้างตำนานความสำเร็จบทใหม่ในเวทีอาเซียนมาแบ่งปัน

Priceza.com คือเว็บไซต์ช่วยค้นหาเปรียบเทียบราคาสินค้าในโลกตลาดออนไลน์ให้กับผู้บริโภค ก่อนที่จะส่งผู้บริโภคเข้าสู่เว็บไซต์ผู้ขายสินค้า หากจะเปรียบไปแล้ว Priceza.com ก็เปรียบได้เสมือนกับผู้ช่วยที่ทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่ผู้บริโภคต้องการ จนทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าในที่สุด

"Priceza.com เริ่มต้นจากแนวความคิดที่ต้องการแก้ปัญหาของคนซื้อในสองเรื่องสำคัญ" คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO&Co-Founder, Priceza Co.,Ltd. เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ Priceza.com "ข้อแรกคือเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาสินค้าออนไลน์ ที่ตอนนั้นมีอยู่ค่อนข้างกระจัดจายนับเป็นหมื่นๆ เจ้าให้พบได้ในที่เดียว และข้อที่สองก็คือ เราจะต้องช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบหาราคาสินค้าที่ดีที่สุดได้ภายในคลิกเดียว"

จากแนวคิดนี้เองที่ก่อให้เกิดเว็บไซต์ Priceza.com ในปี 2010 ครั้งนั้น Priceza.com เริ่มต้นจากศูนย์ คือไม่มีผู้เข้ามาชมเว็บไซต์เลย จนกระทั่ง 4 ปีให้หลัง เดือนธันวาคมปี 2014 เว็บไซต์ Priceza.com สร้างปรากฎการณ์ความสำเร็จด้วยการเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมถึงวันละ 4 ล้านคน ในจำนวนนี้มียอดการซื้อสินค้า 2.5 – 3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงและน่าพอใจอย่างมากในวงการธุรกิจ E-Commerce ยุคปัจจุบัน

ด้วยตัวเลขผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ Priceza.com เริ่มมองหาโอกาสการเติบโตทางธุรกิจที่มากขึ้น การขยายตลาดไปในระดับนานาชาติคือเป้าหมายสำคัญที่ Priceza.com มองเป็นลำดับถัดไป และเวทีที่ Priceza.com เลือกก็คือเวทีการแข่งขันในโลกออนไลน์ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่แม้ปัจจุบันยังมีสถิติการซื้อขายสินค้าออนไลน์โดยเฉลี่ยเพียง 0.1 – 0.2 % ซึ่งหากนำไปเทียบกับประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในระดับสูง เช่น ประเทศจีน ซึ่งมีอัตราการซื้อขายอยู่ที่ 8% นับว่ายังห่างไกลมาก แต่ถ้าหากมองให้ดี ตัวเลขนี้ย่อมเป็นสิ่งสะท้อนว่า E-Commerce ในตลาดอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกหลายสิบเท่าตัวเลยทีเดียว

"เรามองการขยายธุรกิจไปใน 6 ประเทศอาเซียน อันดับแรกแน่นอนคือประเทศไทย อีก 5 ประเทศคือ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพราะเรามองว่าทั้ง 6 ประเทศนี้น่าจะเชื่อมโยงกันได้ ในอนาคตเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่ออะไรทุกอย่างมันดีขึ้น ระบบลอจิสติกส์ดีขึ้น การค้าขายใน 6 ประเทศนี้จะเชื่อมโยงกันได้ แม้ว่าตอนนี้อาจจะยังเป็นเรื่องยาก แต่เราก็มองว่าในอนาคตมันเป็นไปได้" คุณธนาวัฒน์กล่าวถึงทิศทางในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน

Priceza.com เริ่มเปิดตัวในเวทีอาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม 2013 ในชื่อ Priceza.co.id หลังจากทำการศึกษาข้อมูลและประเมินการตลาดอย่างละเอียดจนพบว่า ประเทศอินโดนีเซียมีประชากรมากที่สุดในอาเซียน สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากถึงกว่า 74 ล้านคน ซึ่งเป็นขนาดตลาดที่ใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่าตัว

ขณะเดียวกันจากการเข้าไปศึกษารูปแบบการเติบโตของตลาดออนไลน์ในอินโดนีเซียทำให้พบว่า รูปแบบการเติบโตของตลาดออนไลน์ในประเทศอินโดนีเซียมีความคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับประเทศไทยค่อนข้างมาก ดังนั้นโอกาสที่โมเดลของ Priceza.com ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย จะขยายไปเติบโตได้ดีที่อินโดนีเซียก็เป็นไปได้มากเช่นกัน

ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปดังความคาดหมาย หลังจากที่ใช้เวลาบุกเบิกตลาดเพียงปีเศษ ด้วยจุดแข็งจากระบบ System ของ Priceza.com ทำให้วันนี้ Priceza.co.id ในตลาดออนไลน์อินโดนีเซีย มีการเติบโตจากยอดผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นศูนย์ในวันแรกเปิด พุ่งไปแตะที่ยอดผู้เข้าชม 1 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งเป็นการสร้างสถิติที่ดีเยี่ยมจนแซงเว็บไซต์คู่แข่งที่อินโดนีเซียไปเรียบร้อยแล้ว

วันนี้ ความสำเร็จของ Priceza.com พร้อมที่จะขยายต่อจากประเทศอินโดนีเซียไปยังอีก 4 ประเทศที่เป็นเป้าหมาย โดยปี 2015 เดือนมีนาคม Priceza.com มีแผนการเปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หลังจากนั้นในเดือนมิถุนายนก็พร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดออนไลน์ในประเทศเวียดนาม ซึ่งก็จะครบ 6 ประเทศเป้าหมายตามที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

"สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจอยากจะขยายตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตัวเองไปยังอาเซียน ผมอยากฝากไว้ 3 เรื่องสำคัญ" คุณธนาวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายถึงปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน "ข้อแรกคือ Product Development อยากให้ดูว่าสินค้าตัวไหนของเราที่มีศักยภาพที่จะขยายต่อได้ อาจจะไม่ใช่สินค้าทุกตัวของเราก็ได้ ถ้าตัวไหนมีศักยภาพมองว่าไปได้ ให้ทำข้อที่สองคือ Market Validation ศึกษาข้อมูลรวมถึงประเมินความเป็นไปได้ของตลาดในทุกๆ ด้าน ลองทำรายละเอียดขึ้นมาก่อน ไปดูตลาด วิจัยตลาด และเมื่อเรามั่นใจในสินค้าของเราแล้วข้อสุดท้ายคือ ลุยเลยครับ.... Dream High, Fight Hard, Never Give Up !"

SPEAKER :