AKI TALK #23

Your Career Opportunities in AEC

แม้ว่าการเปิด AEC จะสร้างโอกาสและอนาคตให้กับการทำงานในบางสาขาอาชีพหรือบางอุตสาหกรรม แต่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำงานในอาชีพหรือในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ AEC ต้องการเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วงานทุกงานล้วนมีโอกาสเติบโตด้วยกันทั้งสิ้น หัวใจสำคัญขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และการวางแผนเส้นทางการทำงานตามความต้องการและความถนัดเฉพาะรายบุคคล

รู้จัก AEC

จนถึงนาทีนี้คงแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดการรวมตัวของกลุ่มประเทศในเชิงเศรษฐกิจกลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" หรือเรียกสั้นๆว่า AEC

AEC เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย พม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และบรูไน ด้วยจุดประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองในเชิงเศรษฐกิจให้กับกลุ่มประเทศของตนเองในเวทีโลก จากเดิมที่แต่ละประเทศในอาเซียนเคยต่างคนต่างอยู่ ศักยภาพทางเศรษฐกิจในเวทีโลกของแต่ละประเทศโดยเฉลี่ยถูกจัดลำดับอยู่ที่ 50 กว่าๆ โดยประมาณ แต่หากมาจับมือร่วมกันกลายเป็นAEC แล้ว กลุ่มประเทศอาเซียนจะเลื่อนอันดับขึ้นติดอันดับ Top 10 ของโลกไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่าอำนาจการต่อรองกับกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ก็จะมีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การเติบโตในเชิงเศรษฐกิจก็ย่อมจะดีขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าเมื่อเปิด AEC แล้ว ทั้งภูมิภาคจะได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นถึง 70หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยตัวเลขมหาศาลตลอดจนถึงบทบาทในทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปในกลุ่มประเทศอาเซียนนี้เอง ที่จะส่งผลต่อโอกาสการเติบโตในการทำงานบางสาขาอาชีพและกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภททั้งโดยทางตรงและทางอ้อม

อุตสาหกรรมและอาชีพที่สดใสใน AEC

หนึ่งในสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC นั่นคือ ความสามารถในการโยกย้าย "ทุน" และ "คน" ได้อย่างเสรีมากยิ่งขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอาชีพบางอาชีพและอุตสาหกรรมบางกลุ่มจะมีศักยภาพการเติบโตที่สูงขึ้นมากจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

จากการสอบถามและสัมภาษณ์นักธุรกิจชั้นนำถึงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อเกิด AEC พบว่า ส่วนใหญ่ต่างมองเห็นตรงกันว่า การเกิดขึ้นของ AEC จะส่งผลกระทบต่อองค์กรในด้านของ Supply Chain, Distribution Network, Logistics, Branding, Marketing ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเมื่อมี AEC องค์กรส่วนใหญ่ก็ย่อมจะต้องมีแผนในการที่จะขยายธุรกิจเพื่อไปบุกตลาดในต่างประเทศมากขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว กลุ่มอาชีพที่มีทักษะความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ข้างต้น ย่อมกลายเป็นที่ต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการ 50% ยังบอกว่า หากต้องการขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศ AECพวกเขาจะใช้วิธีไปเพิ่มยอดขายในประเทศที่ต้องการด้วยการจ้างพนักงานขายมากขึ้น จำนวน 45% บอกว่าจะใช้วิธีการร่วมลงทุน (joint venture) กับบริษัทในประเทศนั้นๆ ส่วนอีก 38% บอกว่าจะเป็นไปในลักษณะของการควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน

จากคำตอบเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่าเมื่อถึงตอนนั้นแล้ว ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการเงินและการขายน่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับในด้านการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ นั้น เป็นที่คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดAECจะยังคงเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตของรายได้และสร้างผลกำไรสูงสุดของประเทศในกลุ่มอาเซียนตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่

กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ - ในประเทศไทยปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านนี้มีตัวเลขผลประกอบการสูงกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเชื่อว่าภายในอีก 5 ปีอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะเติบโตขึ้นไปอีก 50 % ตัวเลขจะขึ้นไปแตะอยู่ที่ 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้นถึงประมาณ 7% ต่อปี

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค - จะมีการเติบโตไปได้อีกไกล เนื่องจากการเติบโตของสังคมเมือง ส่งผลให้ผู้คนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ มากยิ่งขึ้น

กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง - คาดการณ์ว่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงมาก ทั้งนี้เพราะปัจจุบันประเทศในกลุ่มอาเซียนมีถนนเฉลี่ยเพียง 10 กิโลเมตร ต่อ 1,000 คน มีรางรถไฟเฉลี่ย 0.25 กิโลเมตร ต่อ 1,000 คน แต่ในประเทศ OECDหรือกลุ่มประเทศที่มีฐานะร่ำรวย มีถนนเฉลี่ยถึง 200 กิโลเมตร ต่อ 1,000 คน มีรางรถไฟเฉลี่ย 5 กิโลเมตร ต่อ 1,000 คน นั่นหมายความว่าประเทศเหล่านี้มีถนนมากกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนถึง 20 เท่า ดังนั้น หากต้องการนานาอารยประเทศ เกิดความสนใจที่จะมาลงทุนใน AEC เพิ่มมากขึ้น ก็ย่อมจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐานเหล่านี้ให้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย มีแผนการลงทุนในด้านนี้สูงถึง 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าหากมองรวมไปถึงประเทศพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งยังมีความต้องการสาธารณูปโภคด้านต่างๆ เหล่านี้อีกมาก นั่นยิ่งจะส่งผลให้จำนวนเม็ดเงินที่จะมาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้สูงขึ้นกว่านี้ไปอีกมาก

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยๆ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตมากยิ่งขึ้นเนื่องมาจากการเปิด AEC ไม่ว่าจะเป็น

อุตสาหกรรมประกันภัย ประกันชีวิต

อุตสาหกรรมยานยนต์

อุตสาหกรรมการเงิน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรม E-Commerce

ทั้งนี้มีการเปิดเผยว่าขณะนี้ 80% ของบริษัทชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในโลกจำนวนกว่า 500 บริษัท มีแผนที่จะขยายธุรกิจบุกเข้าสู่ตลาด AEC เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่และการเติบโตในทางธุรกิจ

กลยุทธ์สร้างความโดดเด่นเมื่อเปิด AEC

เราจะเห็นได้ว่าการเปิด AEC ส่งผลดีทางธุรกิจให้หลายกลุ่มอุตสาหกรรม หลายกลุ่มสาขาอาชีพ แต่ก็ใช่ว่าการเปิด AEC จะไม่มีผลเสีย ในทางตรงกันข้าม หลายกระแสกำลังเริ่มห่วงใยกับการถ่ายเทของแรงงานข้ามชาติ กังวลกับการแข่งขันทางวิชาชีพที่สูงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราการว่างงานของคนในประเทศ

ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องมีการเตรียมตัวเพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยการสร้างโอกาสและความโดดเด่นให้กับตัวเอง ด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ 5 ข้อนั่นคือ

  1. ภาษา – เมื่อเปิด AEC ภาษาอังกฤษจะกลายเป็นภาษาสำคัญในการติดต่อสื่อสาร รองลงมาคือภาษาจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน ลำดับถัดมาก็คือภาษาบาฮาซา (Bahasa) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย
  2. ความถนัดในวิชาชีพ – ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกทำงานในอาชีพที่ใช้ทักษะ ความเชี่ยวชาญในกลุ่มที่ AEC ต้องการ เช่น การเงิน การขาย การตลาด ฯลฯ
  3. รู้จักเพื่อนบ้าน – เมื่อเปิด AEC ต่างชาติจะไม่มองเราเป็นเพียงประเทศไทยอีกต่อไป แต่เราจะเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ในอาเซียน ดังนั้นหากเรามีความรู้ด้านการตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา นั่นยิ่งจะทำให้เรามีความโดดเด่น และเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น
  4. เลือกอุตสาหกรรมที่เติบโต – ควรเลือกการทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอนาคตสดใส มีการขยายตลาดและการเติบโตสูง
  5. พัฒนาทักษะเสริม – ควรจะมีการพัฒนาทักษะพิเศษเพิ่มเติม เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำงานเป็นทีม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตการทำงาน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเปิด AEC จะสร้างโอกาสและอนาคตให้กับการทำงาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำงานในอาชีพหรือในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ AEC ต้องการเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วงานทุกงานล้วนมีโอกาสเติบโตด้วยกันทั้งสิ้น หัวใจสำคัญขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และการวางแผนเส้นทางการทำงานตามความต้องการและความถนัดเฉพาะรายบุคคล

นอกจากนี้ การหางานที่ใช่และเหมาะสมกับตัวเรา ก็ไม่ควรตัดสินใจเลือกเพียงแค่เพราะเป็นงานที่ AEC ต้องการเท่านั้น แต่ควรจะอาศัยปัจจัยหลัก 4 ด้านในการพิจารณาร่วมกัน ประกอบด้วย

  1. การวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม - ควรเลือกการทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง
  2. การวิเคราะห์ตัวเอง - หาจุดดี จุดด้อยของตัวเองให้เจอ เลือกทำในสิ่งที่ชอบและถนัด
  3. การวิเคราะห์องค์กร - วิเคราะห์วัฒนธรรมองค์กรว่าเหมาะสมกับเราไหม มีอนาคตสำหรับเราไหม ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกทำงานในส่วนงานที่องค์กรนั้นให้ความสำคัญมากที่สุด
  4. การวิเคราะห์ข้อดีเสียของงาน - ควรจะวิเคราะห์ถึงข้อดีข้อเสียของงานนั้นๆ ว่าเหมาะกับเราหรือไม่ เพราะบางครั้งงานในตำแหน่งที่ดี อัตราค่าตอบแทนที่สูงอาจจะเป็นงานที่หนัก ไม่เหมาะกับสุขภาพหรือการดำเนินชีวิตของเราก็เป็นได้

การวิเคราะห์ทั้ง 4 ด้านนี้ถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้เราสามารถเลือกทำงานที่เหมาะสม สร้างโอกาสในการพัฒนาตนเองให้ก้าวเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคงและมีความสุข ไม่เป็นเหมือนดังเช่นคนกว่า 70% ในยุคปัจจุบันนี้ ที่จำเป็นต้องทนทำงานหนักอย่างไร้ความสุขและความก้าวหน้า ทั้งนี้ด้วยสาเหตุเพียงแค่เพราะพวกเขาวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ได้ไม่ดีพอ

SPEAKER :


คุณอภิรัฐ คงชนะกุล

Managing Director, 4D Career Advisors